ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) คือการสะสมของไขมันในเซลล์ตับเกิน 5% โดยคนไม่อ้วนก็เกิดขึ้นได้จากภาวะดื้ออินซูลินและน้ำตาลฟรักโทส แนวทางฟื้นฟูที่ดีที่สุดคือการตัดหวาน ออกกำลังกายแบบผสมผสาน และเสริมสารอาหารกลุ่มฟอสฟาทิดิลโคลีนเพื่อเร่งลำเลียงไขมันออกจากเซลล์ตับ
ภาวะนี้สามารถฟื้นฟูและทำให้ตับกลับมาทำงานเป็นปกติได้ หากเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยมี 3 แนวทางหลักที่เห็นผลชัดเจน ดังนี้
1. ปรับโภชนาการ ตัดวงจรน้ำตาลฟรักโทสและแป้งขัดสี
สาเหตุหลักของไขมันพอกตับในคนไม่อ้วน มักเกิดจากการบริโภคน้ำตาลฟรักโทสเกินขนาด เช่น ชานม น้ำหวาน น้ำอัดลม และเบเกอรี เนื่องจากน้ำตาลฟรักโทสจะถูกส่งตรงไปแปรรูปเป็นไขมันสะสมที่ตับทันทีโดยไม่ผ่านกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย การปรับลดน้ำตาล ลดแป้งขัดสี และเน้นทานโปรตีนคุณภาพดีคู่กับผักใบเขียว จะช่วยหยุดการสร้างไขมันสะสมใหม่ที่ตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ออกกำลังกายผสมผสานเพื่อดึงไขมันสะสมออกมาเผาผลาญ
การออกกำลังกายช่วยลดการดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ตับสะสมไขมัน แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน) สัปดาห์ละอย่างน้อย 150 นาที ควบคู่กับการเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะทำหน้าที่เป็นเตาเผาผลาญน้ำตาลและกระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันที่พอกอยู่ตามเซลล์ตับออกมาใช้เป็นพลังงานสำรอง
3. เสริมสารอาหารที่ช่วยลำเลียงไขมันออกจากเซลล์ตับ
นอกจากการคุมอาหารและออกกำลังกาย ตับยังต้องการสารอาหารจำเป็นในการขนส่งไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะ ฟอสฟาทิดิลโคลีน (Phosphatidylcholine) ซึ่งพบได้มากใน เลซิติน (Lecithin) สารอาหารกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายและสร้างไลโปโปรตีนเพื่อลำเลียงไขมันไตรกลีเซอไรด์ออกจากตับเข้าสู่กระแสเลือดไปเผาผลาญ ป้องกันไม่ให้ไขมันตกค้างจนกลายเป็นพังผืดและตับอักเสบเรื้อรัง
เลซิตินทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิวตามธรรมชาติ ช่วยให้ไขมันในตับแตกตัวและลำเลียงเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อนำไปใช้ เมื่อผสานกับแคโรทีนอยด์ 4 ชนิดและวิตามินอี จะช่วยชะลอการอักเสบของเซลล์ตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สูตรผสมแคโรทีนอยด์รวม 4 ชนิด และวิตามินอี
โคลีน ไบทาร์เทรต ผสมวิตามินบีรวม